20.3 ฮอร์โมนและการทำงานของฮอร์โมน

:::::::::: การควบคุมระดับของสารบางชนิดในเลือด  เมื่อร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงฮอร์โมนอินซูลิน จะหลั่งออกมามาก เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ตับและเซลล์ กล้ามเนื้อนำกลูโคสเข้าไปในเซลล์มากขึ้นและเปลี่ยนกลูโคสให้เป็นไกลโคเจน เพื่อเก็บสะสมไว้ทำให้มีน้ำตาลในเลือดลดลงสู่ระดับปกติ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ฮอร์โมนกลูคาร์กอนจะไปกระตุ้นการสลายตัวของไกลโคเจนจากตับ และกล้ามเนื้อได้น้ำตาลกลูโคสปล่อยออกมาทำให้เลือดมี ระดับน้ำตาลเพิ่มขึ้นดังแผนภาพ   

ฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อที่สำคัญของร่างกายแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

:::::::::: กลุ่มที่ร่างกายขาดไม่ได้ (Essential endocrine gland) หากตัดต่อมเหล่านี้ออกจะทำให้ตายได้ในเวลาอันสั้น ได้แก่ ต่อมไธรอยด์ (Thyroid gland) ต่อมพาราไธรอยด์ (Parathyroid glad) ต่อมหมวกไตส่วนนอก (Adrenal gland) ไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ (Islets of Langerhans) ที่ตับอ่อน
:::::::::: พวกที่ร่างกายพอจะขาดได้ (Non-essential endocrine gland) หากตัดออกขณะที่ร่างกายเจริญเต็มที่แล้ว มีผลกระทบต่อร่างกายบ้าง แต่ไม่มาก แต่ถ้าหากตัดออกเมื่อร่างกายกำลังเจริญเติบโตจะมีผลกระทบมาก ได้แก่ ต่อมไพเนียล (Pineal gland หรือEpiphysis) ต่อมใต้สมอง (Pituitary gland) ต่อมหมวกไตส่วนใน (Adrenal gland) อัณฑะ (Testis) และรังไข่ (Ovary)

แผนภาพแสดงการเกาะของกล้ามเนื้อที่กระดูกแขน
ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า

โกรทฮอร์โมน หรือ โซมาโตรโทรฟิน

โกรทฮอร์โมน (Growth hormone; GH) หรือ โซมาโตรโทรฟิน (Somatotrophin/ somatotrophic hormone; STH)
  • มีหน้าที่ ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกายให้เป็นปกติ (การแบ่งเซลล์ การสังเคราะห์โปรตีนและสร้างกระดูก กระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก) มีผลต่อเมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรตและไขมัน กระตุ้นการสลายไกลโคเจนเป็นกลูโคส
  • เด็กที่กำลังเจริญเติบโตมีฮอร์โมนนี้สูงกว่าในผู้ใหญ่

ขาด GH

ในเด็ก ทำให้เด็กนั้นไม่โต รูปร่างเตี้ยแคระแกรน เรียกลักษณะนี้ว่า คนเตี้ยแคระ (Dwarfism) ขาด GHในผู้ใหญ่ จะไม่แสดงอาการสำคัญที่เห็นเด่นชัด แต่มักจะมีน้ำตาลในเลือดน้อยกว่าคนการขาด GH ในวัยผู้ใหญ่ทำให้เกิด Simmonds disease ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆเหี่ยวแห้งหรือเหี่ยวย่น

ได้รับ GH มากเกินไป

ในเด็กทำให้ร่างกายสูงใหญ่ผิดปกติเรียกว่า โรคยักษ์ (Gigantism) ในผู้ใหญ่มักจะเกิดอาการเติบโตเฉพาะกระดูกบางส่วนของร่างกายจะเพิ่มมากขึ้นผิดปกติ เรียกอาการนี้ว่า อะโครเมกาลี (Acromegaly)

โกนาโดโทรฟิน

โกนาโดโทรฟิน (Gonadotropin / Gonadotrophic hormone) ประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ
  • (1) ฟอลลิเคิล สติมิวเลติงฮอร์โมน (follicle stimulating hormone; FSH)
  • (2) ลูทิไนซิงฮอร์โมน (Lutinizing hormone; LH)
iq185038.png

โพรแลกติน

ฮอร์โมนโพรแลกติน (Prolactin) เป็นโปรตีนฮอร์โมนพบทั้งเพศหญิงและชาย
  • เพศชาย > ไม่ทราบบทบาทที่แน่ชัด แต่มีรายงานว่าทำหน้าที่ร่วมกับฮอร์โมนเพศชายกระตุ้นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ ในสัตว์ปีกมีผลต่อการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการเลี้ยงดูตัวอ่อน
  • เพศหญิง > ปริมาณสูงสุดตอนคลอดบุตร ทำงานร่วมกับ LH estrogen และprogesterone กระตุ้นต่อมน้ำนมให้มีการสร้างน้ำนม รักษาคอร์ปัสลูเทียมไม่ให้สลายไปและยับยั้งการหลั่งสารที่มากระตุ้นการสร้างโกนาโดโทรฟิน ซึ่งสร้างมาจากเซลล์ไฮโปทาลามัสจึงทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ยังให้นมบุตรไม่มีการตกไข่

อะดรีโนคอร์ติโคโทรฟิน

ฮอร์โมนอะดรีโนคอร์ติโคโทรฟิน (Adrenocorticotropic hormone; ACTH) กระตุ้นการเจริญเติบโต การสร้างและหลั่งฮอร์โมนของต่อมหมวกไตส่วนนอก กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน (insulin) และ GH จากต่อมใต้สมอง กระตุ้นการกระจายตัวของรงควัตถุเมลานินใต้ผิวหนังของสัตว์เลือดเย็น

ฮอร์โมนไทรอยด์

ฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid stimulating hormone; TSH) กระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้สร้างและหลั่ง triiodothyronine หรือ T3และ thyroxine หรือ T4และควบคุมขนาดของต่อมไทรอยด์

***การหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมองส่วนหน้า ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนที่สร้างจากสมองส่วนไฮโพทาลามัสซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้เป็นพอลิเพบไทด์โมเลกุลเล็ก เรียกชื่อตามผลที่แสดงออกต่อการสร้างฮอร์โมนของต่อมใต้สมองส่วนหน้า มีทั้งฮอร์โมนที่กระตุ้นและยับยั้ง

  • โกรทฮอร์โมนรีลิสซิงฮอร์โมน (Growth hormone releasing hormone ; GHRH) กระตุ้นการหลั่ง GH
  • โกรทฮอร์โมนอินฮิบิติงฮอร์โมน (Growth hormone inhibiting hormone ; GHIH) ยับยั้งการหลั่ง GH
  • ไทรอยด์รีลิสซิงฮอร์โมน (Thyroid releasing hormone ; TRH ) กระตุ้นการหลั่ง TSH ของต่อมใต้สมองส่วนหน้า
เรียกรวมว่า ฮอร์โมนประสาท เพราะสร้างมาจากเซลล์ประสาท คือ นิวโรซีครีทอรีเซลล์ (Neurosecretory cell) ภายในสมองส่วนไฮโพทาลามัส การหลั่งฮอร์โมนเหล่านี้อาจเกิดจากสิ่งเร้าภายนอก เช่น แสงสว่าง อุณหภูมิ หรือจากสิ่งเร้าภายในร่างกาย
ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนกลางและส่วนหลัง

:::::::::: ต่อมใต้สมองส่วนกลาง สร้างฮอร์โมนชนิดเดียว คือ เมลาโนไซต์สติมูเลติงฮอร์โมน หรือฮอร์โมนกระตุ้นเมลาโนไซด์ (Melanocyte stimulating hormone; MSH) หรืออาจเรียกว่า เมลาโนโทรฟิน (Melanotrophin) มีหน้าที่กระตุ้นการสังเคราะห์รงควัตถุสีน้ำตาลที่เรียกว่า เมลานิน (Melanin) ในเซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocyte) ที่ผิวหนัง
:::::::::: ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหลังหรือนิวโรไฮโพไฟซิส ไม่ได้สร้างฮอร์โมนเอง แต่สร้างมาจากนิวโรซีครีทอรีเซลล์ (Neurosecretory cell) ของไฮโพทาลามัส โดยกลุ่มเซลล์ประสาทเหล่านี้จะมีแอกซอนมาสิ้นสุดกับภายในต่อมใต้สมองส่วนหลัง และปล่อยฮอร์โมนที่ปลายแอกซอนในต่อมใต้สมองส่วนหลังก่อน จากนั้นจึงนำไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทางกระแสเลือด มี 2 ชนิด คือ

iq185039.png
ฮอร์โมนจากไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ (Islet of Langerhans)
ฮอร์โมนที่สำคัญที่ผลลิตจากไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานมี 2 ชนิดคืออินซูลินและกลูคากอน
  • ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) สร้างจากกลุ่มเบตาเซลล์ (beta cell / ß - cell) ซึ่งอยู่บริเวณส่วนกลางของไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮาน ทำหน้าที่รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติเมื่อปริมาณน้ำตาลในเลือดสูง เร่งการสร้างไกโคเจนเพื่อเก็บสะสมไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อ และเร่งการใช้กลูโคสของเซลล์ทั่วไป
  • ฮอร์โมนกลูคากอน (glucagon) สร้างจากแอลฟาเซลล์ (alpha cell / a-cell) ขนาดใหญ่และมีจำนวนน้อยกว่าเบตาเซล์ มีหน้าที่ตรงข้ามกับอินซูลิน การขาดกลูคากอนมักจะไม่มีผลต่อร่างกายมากนัก เนื่องจากร่างกายมีฮอร์โมนอีกหลายตัวที่ทำหน้าที่แทนอยู่แล้ว

ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin)

:::::::::: คนปกติจะมีระดับน้ำตาลในเลือดประมาณ 90-100 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร เมื่อรับประทานอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตเข้าไปปริมาณน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นถึง 140 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ในเวลาครึ่งชั่วโมงและจะลดลงมาถึงระดับปกติในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งอินซูลินจะหลั่งออกมาเมื่อน้ำตาลในเส้นเลือด ขณะที่มีการออกกำลังกายอย่างหนัก ต้องใช้พลังงานมาก ไกลโคเจนที่เก็บไว้ในตับและกล้ามเนื้อได้ถูกเปลี่ยนเป็นกลูโคสส่งเข้ามาในกระแสเลือดทำให้น้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติเล็กน้อย แต่ระดับน้ำตาลยังไม่ต่างจากระดับปกติมากนัก

ความผิดปกติเนื่องจากอินซูลิน

:::::::::: โรคเบาหวาน (Diabetes mellitus) --> มีปริมาณฮอร์โมนอินซูลินน้อย ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนปกติ ซึ่งสามารถทำลายเบต้าเซลล์ได้ ทำให้ขาดอินซูลิน ร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดมาใช้ได้ แล้วจะสลายไกลโคเจนที่สะสมไว้ออกมาใช้จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากจึงเกิดโรคเบาหวาน โรคนี้พบทุกเพศทุกวัย อาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม อายุ ความเครียด ความอ้วน การอักเสบที่ตับอ่อนจากเชื้อไวรัสหรือยาบางชนิด เป็นต้น

อาการ

  • ปัสสาวะบ่อยและมาก เนื่องจากท่อหน่วยไตไม่สามารถดูดน้ำตาลกลับได้หมด จึงถูกขับออกมาพร้อมปัสสาวะ (โมเลกุลของน้ำตาลจะดึงโมเลกุลของน้ำมาด้วย) บางครั้งปัสสาวะอาจมีมดขึ้น มีผลให้กระหายน้ำมากและบ่อยผิดปกติ
  • แผลจะหายอยาก มีอาการคันบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์และผิวหนัง เพราะน้ำตาลเป็นอาหารของแบคทีเรียอย่างดี
  • น้ำหนักตัวลด อ่อนเพลีย เซื่องซึม เมื่อยล่า เนื่องจากร่างกายไม่สามารถใช้พลังงานจากกลูโคสได้ จึงใช้ไขมันและโปรตีนแท
  • เลือดและปัสสาวะมีฤทธิ์เป็นกรดมากกว่าปกติ เนื่องจากมีสารคีโตน (ketone body) จากการสลายไขมันและถ้าเป็นโรคเบาหวานนาน ๆ อาจจะทำให้ตาบอดและไตจะค่อย ๆ หมดสภาพในการทำงาน

**โรคเบาหวานมี 2 แบบ คือ โรคเบาหวานที่เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินได้เลย และโรคเบาหวานที่เกิดจากเซลล์ของร่างกายไม่สังเคราะห์ตัวรับอินซูลิน (หน่วยรับเฉพาะ) **

ฮอร์โมนกลูคากอน (glucagon)

การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือดจะเป็นสัญญาณยับยั้งและกระตุ้นการหลั่งอินซูลินและกลูคากอนจากไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์
ฮอร์โมนจากอะดรีนัลคอร์เท็กซ์ และอะดรีนัลเมดัลลา

อะดรีนัลคอร์เท็กซ์

อะดรีนัลคอร์เท็กซ์  ฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นมีสมบัติเป็นสเตรอยด์ ซึ่งร่างกายสังเคราะห์ได้จากคอเลสเทอรอล ได้แก่ มิเนราโลคอร์ติคอยด์ฮอร์โมน (Mineralocorticoid hormone) มีหน้าที่ควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ฮอร์โมนที่สำคัญในกลุ่มนี้ คือ

  • แอลโดสเตอร์โรน (aldosterone) ทำหน้าที่ควบคุมการดูดกลับของโซเดียมไอออน (Na+) และน้ำที่ท่อหน่วยไตเข้าสู่หลอดเลือด ขับโพแทสเซียมออกจากท่อหน่วยไตให้สมดุลกับความต้องการของร่างกาย และควบคุมสมดุลความเข้มข้นของฟอสเฟตในร่างกายอีกด้วย
  • กลูโคคอร์ติคอยด์ ฮอร์โมน (Glucocortricoid hormone) มีผลต่อการควบคุมเมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต เช่น ฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) มีหน้าที่เพิ่มปริมาณกลูโคสในเลือดให้สูงขึ้น
  • ฮอร์โมนเพศ (Adrenal sex hormone) มีเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฮอร์โมนเพศจากอวัยวะเพศ ฮอร์โมนเพศที่สร้าง เช่น แอนโดรเจน (ฮอร์โมนเพศชาย) และแอสโทรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง)

ความผิดปกติเนื่องจากฮอร์โมนอะดรีนัลคอร์เทกซ์

  • ถ้าสร้างฮอร์โมนมากเกินไปโดยเฉพาะฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ จะทำให้เกิดคูชชิงซินโดรม (Cushing’s syndrome)
  • ถ้าหากอะดรีนัลคอร์เทกซ์ ถูกทำลายจนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนได้หรือต่อมทำงานได้น้อยกว่าปกติ (Hypofunction) จะทำให้เกิดโรคแอดดิสัน (Addison’s disease)

อะดรีนัลเมดัลลา

อะดรีนัลเมดัลลา (Adrenal medulla)  กำเนิดจากเนื้อเยื่อประสาทซึ่งเป็นเนื้อเยื่อชั้นนอก และถูกควบคุมโดยระบบประสาทสร้างฮอร์โมน 2 ชนิด คือ

  • อะดรีนาลินฮอร์โมน (Adrenalin hormone) หรือ แอพิเนฟรินฮอร์โมน (Epinephrine hormone)มีหน้าที่กระตุ้นให้ไกลโคเจนในตับสลายตัวเป็นกลูโคส กระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็วขึ้น ความดันเลือดสูง เมแทบอลิซึมเพิ่มขึ้นมาก เป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาเมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน
  • นอร์อะดรีนาลินฮอร์โมน (Noradrenalin hormone) หรือนอร์เอพิเนฟรินฮอร์โมน (Norepinephrine hormone) ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ บีบตัว การหลั่งฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตส่วนนี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมของไฮโพทาลามัส ปกติจะหลั่งฮอร์โมนทั้งสองชนิดในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย แต่สถานการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น เช่น คนขนของหนีไฟไหม้สามารถแบกของหนัก ๆ ได้
ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ และต่อมพาราไทรอยด์

ต่อมไทรอยด์

ต่อมไทรอยด์มีลักษณะเป็นพู มี 2 พู มีรูปร่างคล้ายผีเสื้อกางปีก โดยตรงกลางมีเยื่อบาง ๆ (Isthmus) เชื่อมติดถึงกันได้ อยู่สองข้างของคอหอยบริเวณคอทางด้านหน้าของหลอดลม ภายในต่อมไทรอยด์ประกอบด้วยไทรอยด์ฟอลลิเคิลเป็นกลุ่มเซลล์กลม ๆ ชั้นเดียวที่เรียงตัวเป็นวงกลมภายในช่องกลวง มีสารคอลลอยด์ที่เรียกว่า ไทโรโกลบูลิน (เป็นโปรตีนที่มีไอโอดีนที่อยู่ในโมเลกุล) ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงเป็นฮอร์โมนไทรอกซินและไตรไอโอโดไทโรนีนหลั่งสู่กระแสเลือด

ต่อมไทรอยด์แต่ละพูสร้างฮอร์โมน 2 ประเภท คือ
  • อรโมนที่มีสารประกอบไทโรนีนที่มีไอโอดีน ได้แก่ ไทรอกซิน (Thyroxine / Tetraiodothyronin; T4) กับ ไตรไอโอโดไทโรนิน (Triiodthyronine; T3) ทำหน้าที่ควบคุมเมแทบอลิซึมของร่างกายโดยเพิ่มอัตราเมตาโบลิซึมและการใช้ออกซิเจนของเซลล์ เพิ่มการสังเคราะห์โปรตีน และทำหน้าที่ร่วมกับ GH ในการควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย ควบคุมการเจริญและพัฒนาของอวัยวะสืบพันธุ์ ควบคุมเมตามอร์โฟซิสของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ถ้าร่างกายคนขาดหรือมีไทรอกซินน้อยเกินไป จะทำให้มีเมตาโบลิซึมต่ำกว่าปกติการเจริญเติบโตของร่างกายและจิตใจด้อยลง
  • ฮอร์โมนแคลซิโตนิน (Calcitonin) ซึ่งเป็นสารประกอบพวกโพลีเปปไทด์ ทำหน้าที่ ลดระดับแคลเซียมในเลือดที่สูงเกินไปให้เข้าสู่ระดับปกติและฮอร์โมนนี้ยังมีผลในการเร่งขับฟอสเฟตที่ไตด้วย
โรคที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของไทรอกซิน ได้แก่ คอหอยพอกธรรมดา (Simple goiter), คอหอยพอกเป็นพิษ (Toxic goiter), มิกซีดีมา (myxedema), ครีตินิซึม (cretinism)

ต่อมพาราไทรอยด์

:::::::::: ต่อมพาราไทรอยด์ มีลักษณะเป็นก้อนกลมเล็ก ฝังอยู่ด้านหลังของเนื้อเยื่อไทรอยด์ในคนมีทั้งหมด 4 ต่อม ข้างละ 2 ต่อม เป็นต่อมขนาดเล็ก ฮอร์โมนสำคัญที่สร้างจากต่อมนี้ คือ ฮอร์โมนพาราทอร์โมน (Parathyroid hormone; PTH) ทำหน้าที่รักษาสมดุลของแคลเซียมในร่างกายให้คงที่ ถ้าหากมีฮอร์โมนนี้มากเกินไปจะมีผลทำให้เกิดการสะสมของแคลเซียมที่ไต ที่หลอดเลือด มีการดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกและฟันออกมา ทำให้เกิดอาการกระดูกเปราะบางและหักง่าย ทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน ฟันหักและผุง่าย
:::::::::: ถ้าต่อมพาราไทรอยด์บกพร่องไม่สามารถสร้างฮอร์โมนได้ จะมีผลทำให้สูญเสียการดูดกลับที่ท่อหน่วยไตลดลงทำให้สูญเสียแคลเซียมไปกับน้ำปัสสาวะและเป็นผลทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดลดต่ำลงมาก กล้ามเนื้อจะเกิดอาการเกร็งและชักกระตุก แขนขาสั่น ปอดทำงานไม่ได้ อาการอาจหายไปเมื่อฉีดด้วยพาราทอร์โมนและให้วิตามินดีเข้าร่วมด้วย
ฮอร์โมนจากอวัยวะสืบพันธุ์

     ฮอร์โมนที่สร้างเป็นสารพวกสเตอรอยด์ (Steroid hormone) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือฮอร์โมนที่สร้างจากอวัยวะสืบพันธุ์ในเพศชายและฮอร์โมนที่สร้างจากอวัยวะสืบพันธุ์ในเพศหญิงโดยการกระตุ้นจาก FSH และ LH

ฮอร์โมนจากอวัยวะสืบพันธุ์ในเพศชาย

แหล่งที่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนในอัณฑะคืออินเตอร์สติเชียลเซลล์ (Interstitial cell) ฮอร์โมนที่สร้างคือ แอนโดเจน (Androgen) ประกอบด้วยฮอร์โมนหลายชนิดที่สำคัญที่สุด คือ เทสโทสเทอโรน (Testosterone) มีหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย และควบคุมลักษณะขั้นที่สองของเพศชาย (Male secondary characteristic

ฮอร์โมนจากอวัยวะสืบพันธุ์ในเพศหญิง

แหล่งสร้างฮอร์โมนเพศหญิง คือ รังไข่ ฮอร์โมนที่สร้าง ได้แก่
  • อีสโทรเจน (Estrogen) สร้างจากฟอลิเคิล (Follicle) มีหน้าที่กระตุ้นการเจริญของฟอลลิเคิลควบคุมและควบคุมลักษณะขั้นที่สองของการเป็นเพศหญิง (Female secondary characteristic) กระตุ้นการเจริญของอวัยวะเพศ กระตุ้นมดลูก ท่อนำไข่ ควบคุมการการเปลี่ยนแปลงที่รังไข่และเยื่อบุมดลูก กระตุ้นการหลั่ง LH จากต่อมใต้สมองส่วนหน้าเพื่อให้มีการตกไข่ และร่วมกับฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน กระตุ้นให้เกิดการหนาตัวของผนังมดลูกด้านในเพื่อเตรียมตั้งครรภ์
  • โพรเจสเทอโรน (Progesterone) สร้างจากคอร์พัสลูเทียม (Corpuslutium) มีหน้าที่กระต้นให้ผนังด้านในมดลูกหนาตัวขึ้น (ร่วมกับอีสโทรเจน) ผนังมดลูกมีหลอดมาเลี้ยงมากเพื่อรอการฝังตัวของไข่ที่ปฏิสนธิแล้ว มีผลในการห้ามการมีประจำเดือน ห้ามการตกไข่ และกระตุ้นการเจริญของต่อมน้ำนม ถ้าหากไข่ที่ตกไม่ได้รับการผสมคอร์พัสลูเทียมจะค่อย ๆ สลายไป โพรเจสเทอโรนจึงลดต่ำลง จึงไม่มีฮอร์โมนไปกระตุ้นมดลูก ทำให้ผนังของมดลูกหลุดออกมาเป็นเลือดประจำเดือน
ฮอร์โมนต่อมไพเนียล

     ต่อมไพเนียล (pineal gland) หรือ ต่อมเหนือสมอง (epiphysis) อยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างรอยต่อของสมองส่วนซีรีบรัมซ้ายและขวา ฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมนี้คือ ฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) โดยเมลาโทนินจะไปยับยั้งการเจริญของรังไข่และอัณฑะ และไปยับยั้งการหลั่งโกนาโดโทรฟิน ทำให้การเติบโตเป็นหนุ่มสาวช้า ในสัตว์ครึ่งบกครึ่งนํ้าและสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด พบว่าฮอร์โมนเมลาโทนินมีผลทำให้สีผิวของสัตว์มีสีจางลง โดยต่อมไพเนียลจะทำหน้าที่เป็นกลุ่มเชลล์รับแสงคล้าย ๆ เนื้อเยื่อเรตินาของ ฮอร์โมนชนิดนี้จะทำงานตรงข้ามกับฮอร์โมน MSH จากต่อมใต้สมองส่วนกลาง

ฮอร์โมนจากต่อมไทมัสและเนื้อเยื่ออื่นในร่างกาย
This image for Image Layouts addon

ต่อมไทมัส (Thymus gland)

มีลักษณะเป็นพู 2 พูอยู่บริเวณทรวงอกรอบหลอดเลือดใหญ่ของหัวใจ (บริเวณขั้วหัวใจ) ต่อมนี้สร้างฮอร์โมนไทโมซิน (Thymosin)มีหน้าที่กระตุ้นต่อมให้เนื้อเยื่อต่อมไทมัสสร้างลิมโฟไซต์ชนิดเซลล์ที (T-lymphocyte) หรือเซลล์ที (T-cell) ซึ่งเป็นเซลล์ที่สำคัญในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

This image for Image Layouts addon

แกสทริน (Gastrin)

สร้างจากเนื้อเยื่อชั้นในของกระเพาะอาหาร มีหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการหลั่งกรดไฮโดรคลอริกและเอนไซม์ และการหลั่งเอนไซม์จากตับอ่อน ควบคุมการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก

This image for Image Layouts addon

ซีครีทิน (Secretin)

สร้างมาจากเนื้อเยื่อชั้นในของลำไส้เล็กบริเวณดูโอดีนัม โดยซีครีทินจะกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งเอนไซม์และตับให้หลั่งน้ำดี

This image for Image Layouts addon

โคเลซีสโตไคนินและแพนคลีโอไซมิน

โคเลซีสโตไคนินและแพนคลีโอไซมิน (Cholecystokinin; CCK and pancreozymin) สร้างมาจากลำไส้เล็ก มีหน้าที่กระตุ้นการสร้างและหลั่งน้ำย่อยจากตับอ่อนและกระตุ้นการหดตัวของถุงน้ำดี

This image for Image Layouts addon

เอนเทอโรแกสโทน (Enterogastron)

สร้างมาจากส่วนของลำไส้เล็กส่วนต้นและส่วนกลาง ทำหน้าที่ลดการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารผ่านลำไส้เล็กช้าลง โดยเฉพาะอาหารพวกไขมันและยังยับยั้งการขับน้ำย่อยของกระเพาะอาหารด้วย